วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2563

Dead To Me Season 2

หนังใหม่เต็มเรื่อง

รีวิว Dead To Me Season 2 - เดด ทู มี

ต้องบอกเลยว่าซีซั่น 2 สนุกมากกว่าซีซั่น 1 ซะอีก เหมือนผู้สร้างไม่ต้องรออุ่นเครื่องให้คนดูเข้าใจแนวทางของเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับความผิดบาปทุกข์ในใจ และการโกหกหลอกลวงที่ตั้งอยู่บนมิตรภาพความเป็นเพื่อนอีกที ผู้สร้างจึงจุดเครื่องสตาร์ทติดทันทีตั้งแต่ตอนแรกไล่ยาวจนครบ 10 ตอนแบบแทบไม่มีช่วงไหนแรงตกเลยแม้แต่น้อย รีวิว Dead To Me Season 2

เรื่องย่อ

หลังจาก​เหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​หลังบ้านที่ต้องเก็บ​ไว้เป็นความ​ลับ​ เจ็น​เเละ​จูดี้​ต้องกลับ​มาใช้​ชีวิต​เหมือนเดิม​ เเละทำให้​คนรอบข้าง​รู้สึก​ว่า​ไม่มี​อะไร​น่าสงสัยเเละอะไรเกิดขึ้นจากเหตุการณ์​นั้น​


ในขณะที่นิวฟีดส์เต็มไปด้วยข่าว Netflix ยกเลิกภาคต่อของซีรีส์หลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Everything Sucks และ Santa Clarita Diet ที่แม้จะทิ้งปมในตอนสุดท้ายว่าต้องมีซีซันต่อไปแน่ๆ แต่กลับถูกปิดโปรเจกต์ไปดื้อๆ จนแฟนซีรีส์หลายคนเริ่มใจคอไม่ดีว่าซีรีส์เรื่องโปรดของตัวเองจะได้ไปต่อหรือเปล่า

แต่อย่างน้อยแฟนๆ ของ Dead to Me ที่เพิ่งออกอากาศให้ได้รับชมทาง Netflix เมื่อเดือนก่อนก็สบายใจได้ เพราะซีรีส์ที่มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ของตลกร้าย จิตป่วน ลึกลับ เข้มข้น การันตีด้วยคะแนนมะเขือสดในเว็บไซต์ Rotten Tomatoes สูงถึง 87% ได้รับการยืนยันว่าได้ ‘ไปต่อ’ ซีซัน 2 เป็นที่เรียบร้อย

ลิซ เฟลด์แมน ครีเอเตอร์และโชว์รันเนอร์ซีรีส์ Dead to Me ได้กล่าวในงาน FYSee นิทรรศการโปรโมตออริจินัลคอนเทนต์ของ Netflix ว่า “เรื่องราวในซีซัน 2 จะเริ่มต้นต่อจากตอนจบซีซันแรกทันที และจะเพิ่มความสนุกโดยเฉพาะพาร์ตดราม่าให้เข้มข้นขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน”

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Dead to Me ประสบความสำเร็จและได้ไปต่อในซีซันที่ 2 ก็เพราะนี่ไม่ใช่ซีรีส์อาชญากรรมที่พุ่งเป้าไปที่การหาคนผิดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการให้คนดูและตัวละครค่อยๆ เรียนรู้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน โดยจุดร่วมที่ทำให้คนดูรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในความสัมพันธ์ของเจนและจูดี้คือท้ายที่สุดแล้วทุกคนล้วนมีปัญหา และมีวิธีจัดการกับปัญหา ความทุกข์ ความเจ็บปวดที่แตกต่างกันไป

Dead to Me เป็นผลงานสร้างของ ลิซ เฟลด์แมน นำแสดงโดย คริสตินา แอปเปิ้ลเกต, ลินดา คาร์เดลลินี, เจมส์ มาร์สเดน, เอ็ด แอสเนอร์ และแบรนดอน สก็อตต์ สร้างสรรค์โดย CBS Television Studios สำหรับวันออกอากาศของซีซัน 2 ยังไม่มีการประกาศออกมา แต่คาดว่าจะภายในปี 2020

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวมาพร้อมกับการกลับด้านจากทุกข์กับบาปในใจของจูดี้ในซีซั่นแรก เมื่อเจนกลายเป็นตกที่นั่งลำบากแบบเดียวกันจากการพลั้งมือฆ่าสตีฟแฟนของจูดี้ จนต้องแบกรับชะตากรรมนั้นดูบ้าง ซึ่งก็กลายเป็นว่าเธอก็พยายามทำแบบเดียวกันกับที่จูดี้เคยทำกับเธอ แม้จะบอกว่าพลั้งมือฆ่าสตีฟจากการที่จะโดนสตีฟทำร้าย

แต่กลายเป็นว่ามีเรื่องราวที่แท้จริงหนังใหม่เต็มเรื่องซ่อนอยู่ในนั้นอีกเยอะมากกว่าที่เห็นในตอนจบซีซั่นแรก ที่ค่อยๆ เฉลยมาทีละนิดๆ และก็ผูกโยงกลับไปที่อุบัติเหตุชนแล้วหนีในซีซั่นแรกได้อย่างสมเหตุผล กลายเป็นปมใหม่ที่มีที่มาที่ไปจากปมเก่าแบบสับสนวุ่นวายมากกว่าเดิม จนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วใครผิดกันแน่ในเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น

การเปลี่ยนจากคดีชนแล้วหนี มาเป็นคดีฆาตกรรมซ่อนศพ?

การเปลี่ยนเรื่องจากคดีชนแล้วหนีมาเป็นคดีฆาตกรรมซ่อนศพก็ทำได้ดี มีเหตุผลบอกตั้งแต่แรกว่าทำไมเจนถึงไม่ไปแจ้งตำรวจ ซึ่งก็ทำให้คนดูเข้าใจได้แบบสมเหตุผล แม้ซีซั่นนี้จะเกี่ยวกับศพตรงๆ ตลอดเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ทำในแบบน่ากลัวสักเท่าไหร่ แม้จะมีฉากศพให้เห็นอยู่บ้าง

แต่ก็ออกแนวตลกร้ายไปกับความพยายามของสองคนนี้ที่ช่วยกันปิดบังอำพรางคดี ในขณะที่ตำรวจกับ FBI พยายามตามหาสตีฟว่าอยู่ไหน เรื่องเดินไปแบบทำให้ทั้งคู่ต้องเจอกับปัญหาซ่อนศพชวนปวดหัวต่างนานา และก็ต้องหวาดเสียวเมื่อทั้งตำรวจและคนรอบตัวทั้งคู่เริ่มสงสัยว่าทั้งคู่พยายามปิดบังอะไรสักอย่างอยู่แน่ๆ

ปมใหม่ และตัวละครใหม่

ในส่วนของมิตรภาพของทั้งคู่ก็ยังทำได้ดีเหมือนเดิม แม้ดูเหมือนว่าซีซั่นแรกจะหยิบมาเล่าไปเยอะแล้ว แต่กลายเป็นว่าซีซั่น 2 เรื่องยังสามารถใส่ปมและความน่าสนใจใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาได้อีกจากการที่มีตัวละครอื่นมาเกี่ยวข้อง เป็นเพื่อนสาวคนใหม่ของจูดี้ รวมถึงตัวละครไม่คาดคิดว่าจะกลับมาได้ก็กลับมาอีกครั้ง

เรื่องไม่ทิ้งตัวละครในซีซั่นแรกไปเอากลับมาหมด และก็เพิ่มน้ำหนักความสำคัญขมวดตึงเข้ากับเรื่องได้ขึ้นไปอีก เพราะทุกคนเริ่มเข้ามาเกี่ยวกับคดีในคราวนี้มากขึ้น ต่างจากในซีซั่นแรกที่อยู่ห่างๆ เป็นแค่ปัญหาของทั้งสองคนเท่านั้น

ซีซั่นนี้ลดเรื่องดราม่าเครียดๆ ที่มีในซีซั่นแรกหายไปแทบทั้งหมด แต่ก็ยังมีปมของเรื่องความทุกข์ใจจากการโกหกอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง แถมทวีคูณหนักขึ้นกว่าเดิมเพราะกลายเป็นทั้งคู่ต้องช่วยกันโกหก แต่ดันพูดไม่ตรงกันเป็นประจำ แถมเจนยังโกหกจูดี้ซ้ำลึกกว่าหนักกว่าที่จูดี้เคยโกหกเจนในซีซั่นแรกซะอีก

หนังยังคงมีส่วนตลกร้ายที่ทำได้อยู่หมัดเหมือนเดิม แถมยังเพิ่มดีกรีตลกมากกว่าเดิมแบบรู้สึกได้ว่าเราขำได้หลายครั้งกว่าเดิม เว็บหนัง HD อาจจะเพราะพอเรื่องลดดราม่าหนักๆ หายไปทำให้เปิดโอกาสให้เล่นกับจังหวะตลกได้เต็มที่

ตัวเรื่องเปิดคดีใหม่ขึ้นมา และก็คลี่คลายเรื่องราวไปในตอนท้ายได้เกือบทั้งหมด จากนั้นก็เปิดปมใหม่เรื่องคดีชนแล้วหนีกลับมาอีกครั้งได้อย่างเหมาะเจาะ ต้องบอกว่าคนเขียนบทเรื่องนี้เก่งจริงที่โยงเรื่องวนกลับทับซ้อนไปมาได้อย่างน่าติดตามมากๆ เรียกว่าซีซั่น 2 นี้แรงดีไม่มีตกเลย แถมพาเรื่องให้ซับซ้อนวุ่นวายขึ้นได้อีกหลายเท่าแน่ๆ

รีวิว Dead To Me Season 2

โดยรวม

ส่วนตัว​มองว่า​นี่คือ​ซีรีส์​ที่​มาถึง​ซีซั่น​ที่​ 2 เเล้ว​ ทำได้ดีกว่า​ซีซั่นที่เเล้ว​เสียอีก เเม้​จะมีช่วงขัดใจ​เเละความน่ารำคา​ญ​อยู่บ้าง​ เเต่​ก็​สามารถ​ทำได้ดี​ตามมาตรฐานที่ซีซั่นเเรก​ได้ตั้งไว้อย่างดี​เลยทีเดียว​ ส่วนนักเเสดง​ก็​เล่นดีทุกๆคน​เลย​ โดย​เฉพาะสอง​บทนำ​ที่​ได้นักเเสดงหญิงทั้งสองคนที่มากฝีมือ

​คริสติน่า​ เเอปเปิ้ลเกท เเละลินดา​ คาร์เดลลินี่​มารับบทนี้​ ก็ทำหน้าที่​ได้สมกับบทบาทที่พวกเขาได้รับ​ได้ดีเลยทีเดียว​ ส่วนข้อเสียก็ มีอยู่บ้าง​อย่างการทิ้งค้าง​จากตอนจบที่รู้สึกว่ามากไปหน่อย​ ปม​บางปมที่ยังขยี้ไม่ค่อยสุดเเละบางจุดที่ยังขาดความสมเหตุสมผล​ไปบ้าง​ เเต่​รวมเเล้ว​นี่คือภาคต่อของซีรีส์ที่หลายคนอาจจะมองข้าม​ เเต่ยอมรับ​เลยว่า​ดู​เพลินตั้งเเต่ต้นยันจบ​เเน่นอน​ เเม้จะ​จุดที่รำคา​ญ​อยู่บ้าง

สรุป

ซีซั่น 2 เหมือนไม่ต้องปูดราม่าแล้วจึงจัดเต็มกับตลกร้ายได้เต็มที่โดยไม่เสียเวลาใส่ดราม่าเพิ่มอีกแล้ว แถมด้วยความซับซ้อนผูกโยงกันวุ่นวายในคดีต่อเนื่องจากซีซั่นแรก ที่ทำได้สนุกเฮฮามากกว่าเดิมหลายเท่า ตลอดตั้งแต่ตอนแรกยันตอนจบเลย

Dead To Me

ดูหนังฟรี

รีวิว Dead To Me - เดด ทู มี

ซีรีส์แนวดราม่าดาร์คคอมเมดี้ สืบสวนของ Netflix ที่แทรกความตลกร้ายตลอดทั้งเรื่อง สำหรับคนที่รอคอยซีรีส์แซ่บๆ มีตัวละครเดินเรื่องเป็นผู้หญิงที่ต่างก็กุมความลับบางอย่างเอาไว้ ให้คนดูลุ้นว่าเมื่อไหร่ความจะแตก เรื่องจริงจะปรากฏ Dead to Me คือซีรีส์ทาง Netflix แบบเผ็ดๆ ที่คุณต้องไม่พลาด รีวิว Dead To Me

เรื่องย่อ

เรื่องราวของ เจน หญิงสาววัยกลางคน ผู้ซึ่งต้องกลายเป็นแม่ม่ายเลี้ยงเดี่ยวหลังจากที่สามีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุชนแล้วหนี เจนรับมือกับความสูญเสียโดยเข้าร่วมกลุ่มบำบัดทุกข์ ที่นั่นเธอได้พบกับ จูดี้ เฮล ผู้หญิงนิสัยดี มีอารมณ์ขัน ที่พยายามเข้ามาตีซี้กับเธอ โดยที่เจนไม่รู้เลยว่าจูดี้กำลังเก็บงำความลับที่ว่าเธอเป็นคนร้ายที่ขับรถชนสามีของเจน


ซีรีส์ติดท็อปฮิตใหม่ของ Netflix 2019 ที่เรียกว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะ ด้วยพล็อตง่ายๆ ของเรื่องราวคดี “ชนแล้วหนี” ที่ปกติจะมาแนวสืบสวนระทึกขวัญตามไล่จับฆาตกรอะไรแบบนั้น แต่เรื่องนี้นำเสนอเรื่องราวของชีวิตทั้ง 2 ด้านของผู้สูญเสียกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งปกติคงเป็นอะไรที่เศร้ามากๆ และในเรื่องนี้ก็ยังคงมีอารมณ์นั้นอยู่ครบถ้วน แต่ว่าเพิ่มเติมคือเรื่องราวตลกร้าย แนวแบดโจ๊กที่เข้ากับชีวิตบัดซบหดหู่ในเรื่องได้เป็นอย่างดี

สำหรับคนที่รอคอยซีรีส์แซ่บๆ มีตัวละครเดินเรื่องเป็นผู้หญิงที่ต่างก็กุมความลับบางอย่างเอาไว้ ให้คนดูลุ้นว่าเมื่อไหร่ความจะแตก เรื่องจริงจะปรากฏ Dead to Me คือซีรีส์ทาง Netflix แบบเผ็ดๆ ที่คุณต้องไม่พลาด แถมแต่ละตอนก็ไม่ได้ยาวยืดจนต้องอดหลับอดนอน ตื่นเช้าขอบตาดำกลายเป็นหมีแพนด้าไปทำงาน เพราะความยาวในแต่ละ EP นั้นอยู่ที่ 27-29 นาทีโดยประมาณ และในซีซั่นแรกมีทั้งหมด 10 EP ด้วยกัน

เนื้อเรื่อง

หนังเล่าเรื่องราวของ “เจน” หม้ายลูกสองที่หลังสามีถูกรถชนตายผ่านไป 2 เดือนแล้วคดีก็ยังไม่ถึงไหน เพราะไม่มีหลักฐานอะไรเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุเลย ซึ่งตามสถิติแล้วโอกาสที่จะตามผู้ก่อเหตุได้แทบไม่มี… ตำรวจจึงแทบเกียร์ว่างกับคดีนี้ จนทำให้เจนกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์หัวร้อนง่าย ควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้

แถมยังชอบเดาส่งเดชแจ้งตำรวจให้ตรวจสอบรถทุกคันที่เธอสงสัยว่าอาจจะใช่คันที่ชนสามีเธอ จนวันหนึ่งเธอได้พบเจอกับ “จูดี้” ที่เข้ามาตีซี้เธอในกลุ่มปรับทุกข์ของผู้สูญเสียคนรัก และก็ถูกชะตาจนทำให้เธอต้องพาจูดี้เข้ามาอยู่บ้านด้วยกันเพื่อช่วยเยียวยาใจกัน โดยที่ไม่รู้เลยว่าจูดี้คือคนที่เกี่ยวข้องด้วยนั่นเอง และก็มีอะไรอีกมายมายตามมานับไม่ถ้วน

ปกติพล็อตเรื่องดูหนังฟรีแบบนี้ถ้าอ่านผ่านๆ คงคิดว่าหนังมาแนวฆาตกรตีซี้เพื่อมาสืบคดีบลาๆๆ แต่ไม่ใช่กับเรื่องนี้เลย หนังกลับนำเสนอเรื่องราวชีวิตแย่ๆ จากสภาพจิตใจที่แตกสลายไม่ฟื้นกลับมาหลังเกิดอุบัติเหตุของทั้งคู่ ผ่านมุมมองการเยียวยาใจกันและกัน กลายเป็นหนังมิตรภาพระหว่างเพื่อนในแบบที่เป็นไปได้จริงๆ

โดยที่ไม่ทิ้งเรื่องราวสืบสวนไปพร้อมกัน ซึ่งนอกจากสืบเรื่องคดีหลัก หนังยังเจาะลึกไปยังเรื่องราวปัญหาครอบครัว ชีวิตการแต่งงาน ซึ่งเธอเองก็อาจจะเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้สามีตายได้ด้วยเช่นกัน

การดำเนินเรื่อง

จุดเด่นของเรื่องนี้คือการที่นำตัวละครจูดี้เข้ามาในชีวิตของเจนแบบที่ไม่ได้ดูเป็นคนร้าย เพราะตัวจูดี้เองก็เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจมากเช่นกัน ซึ่งตัวละครจูดี้เป็นคนอ่อนไหว เชื่อโชคลาง มีจิตสำนึกความผิด แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่ยอมรับโทษได้ โดยจูดี้พยายามอย่างหนักที่จะหาทางเยียวยาความผิดที่ตัวเองก่อกับครอบครัวของเจน

โดยเข้ามาเป็นเพื่อนเจนช่วยเหลืออยู่เคียงข้างทุกอย่าง และมีภารกิจพิชิตใจลูกชายของเจนให้ยอมรับเธอไปพร้อมกัน ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกผิดบาปตลอดเวลา จนอยากสารภาพความผิดแต่ก็ทำไม่ได้เพราะถลำลึกไปในความสัมพันธ์นี้มากขึ้นทุกที ซึ่งทำให้หลายๆ เรื่องกลายเป็นตลกร้าย เมื่อเจนต้องปรึกษาหาทางสืบคดีนี้โดยให้จูดี้ช่วย โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนเกี่ยวข้องที่สำนึกผิดนั่งอยู่ข้างๆ

แถมเจนก็หัวร้อนสติแตกอยู่บ่อยๆ โดยที่มีจูดี้ที่คอยเป็นเพื่อนปลอบใจเสมอ ซึ่งพอดูๆ ไปอาจจะเแปลกสักหน่อยที่เราเองก็รู้สึกอึดอัดสงสารจูดี้ จนแอบเอาใจช่วยเธอลุ้นให้หาทางออกได้อยู่เหมือนกัน จากการเห็นพัฒนาการความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่เป็นไปอย่างดีงาม จนรู้สึกว่านี่เป็นหนังมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่ดีมากเรื่องหนึ่ง

เรื่องราวการสืบสวน

นอกจากพาร์ทดราม่าแล้ว ส่วนของเรื่องราวการสืบสวน หนังนำเสนอเรื่องราวชนแล้วหนีแบบมีรายละเอียดที่ค่อนข้างดีเลยว่าคนที่ชนแล้วหนีคิดอะไร รวมถึงพวกนี้มักจะทำอะไรหลังจากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และในอีกมุมหนึ่งการติดตามคดีแบบนี้ทำได้อย่างไร หลักฐานหรือพยานแบบไหนที่ใช้สืบตามรอยได้บ้าง

หนังมีการเก็บรายละเอียดหลายอย่างมาให้ดูอย่างน่าสนใจ แม้อาจจะไม่ลึกสุดๆ เพราะนี่ไม่ใช่หนังออนไลน์สืบสวนโดยตรง แต่เป็นหนังตลกร้ายด้วยคำพูดเจ็บๆ ที่เกิดจากคดีชนแล้วหนีที่อัตราการจับกุมตัวได้น้อยมาก แต่ก็ทำให้เราได้เห็นภาพการติดตามคดีแนวนี้ได้ดีทีเดียว พร้อมทั้งชี้ช่องโหว่ทางกฎหมายให้เห็นอีกด้วย

การสูญเสีย ความเศร้าโศก

นอกเหนือจากอารมณ์ตื่นเต้น ลุ้นระทึกแล้ว ซีรีส์นี้ยังพาผู้ชมไปสำรวจห้วงอารมณ์ความสูญเสีย ความเศร้าโศก อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เจน พยายามประคับประคองชีวิตครอบครัวที่เธอค้นพบว่าลูกชายทั้งสองนั้นต้องการพ่อมากกว่าแม่ หรือกระทั่งความลับของสามีที่เริ่มตอผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ ว่าจริงๆ แล้วเขาอาจจะไม่ได้เป็นคนที่ควรได้รับความยุติธรรมในชีวิตเลยก็ตาม

เช่นเดียวกันกับตัวละครอย่างจูดี้ ที่เหตุการณ์รถชนนั้นยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่ตลอดเวลา ในยามที่เธอหลับใหล มันเป็นเหมือนฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้นลง ประกอบกับเหตุผลที่เธอเลิกรากับแฟนหนุ่มมหาเศรษฐีอย่างสตีฟ (เจมส์ มาร์สเดน) เพราะเหตุผลทางร่างกายบางประการ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นแง่มุมที่น่าสนใจที่ทำให้ผู้ชมได้มองเห็นความเป็นมนุษย์ของตัวละครทั้งสองมากยิ่งขึ้น

รีวิว Dead To Me

โดยรวม

ในเรื่องนี้เราจะได้เห็นการรับมือกับความโศกเศร้าหลังจากการสูญเสียคนรักและมิตรภาพของผู้หญิงที่มีให้กันและกัน นอกจากนั้นผู้ชมจะได้สัมผัสกับความรู้สึกตื่นเต้น ลุ้นระทึกในแต่ละตอนว่าจูดี้จะปกปิดความลับไปได้นานเท่าไหร่ ความจะแตกตอนไหน

อีกทั้งยังมีเหตุการณ์ที่พีคขึ้นเรื่อยๆในระหว่างการสืบสวนหาความจริง อย่างการที่ความลับของสามีเจนได้ถูกเปิดเผยขึ้นทีละนิดเพื่อให้เห็นว่า หรือจริงๆแล้วเขาเป็นคนที่ไม่สมควรได้รับความยุติธรรมตั้งแต่แรก

สิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้เขียนชื่นชอบในซีรีส์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก คือการที่ตัวซีรีส์ตีแผ่แง่มุมที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์โดยสะท้อนผ่านการกระทำของตัวละครแต่ละตัว ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่าทุกการกระทำล้วนมีเหตุผลที่มาที่ไปเสมอ เห็นได้ชัดจากความสัมพันธ์ต่างๆภายในเรื่อง

ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเจนกับลูกๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเจนกับจูดี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเจนกับสามี หรือจะเป็นความสัมพันธ์ของจูดี้กับแฟนเก่า ทุกอย่างล้วนแฝงแง่คิดให้ผู้ชมได้ตระหนัก

สรุป

ซีรีส์ Dead to Me เป็นตอนสั้นๆ 25-30 นาที 10 ตอนจบ ใช้เวลาการดูไม่มากเท่ากับซีรีส์ปกตินัก เรื่องราวเน้นดราม่าสูง อาจจะไม่ถูกใจคอสืบสวนโดยตรงนัก แต่ก็ทำออกมาสนุกก็มีตลกร้ายแทรกไปตลอดเรื่อง (ที่ขำได้จริงๆ) ซีรีส์นี้ได้ไปต่อซีซั่น 2 และก็จบเรื่องราวของคดีชนแล้วหนีในซีซั่นแรกอย่างลงตัว ก่อนจะมีเรื่องราวต่อในแบบที่คาดเดาไม่ได้จริงๆ ว่าซีซั่น 2 จะไปต่อยังไง ถ้าหาหนังดราม่าสืบสวนที่มีแนวทางแตกต่างจากทั่วไป

Million Yen Women

ดูหนังฟรี

รีวิว Million Yen Women - มิลเลี่ยน เยน วีเมน

ในภาษาญี่ปุ่นมีชื่อว่า 100万円の女たち หรือ 100 Manen no Onna-tachi เป็นซีรี่ย์สัญชาติญี่ปุ่นที่ดัดแปลงมาจากมังงะที่เขียนโดย Shunju Aono นำออกมาฉายทาง Netflix ปี 2017 โดยผลงานการสร้างของ Netflix และ TV Tokyo กำกับโดย Michihito Fujii รีวิว Million Yen Women

เรื่องย่อ

ชิน มิชิมะ นักเขียนนิยายไส้แห้งที่อยู่ๆ ก็มีสาวสวยถึง 5 คน คือ มินามิ ชิราคาว่า, ฮิโตมิ ซึกาโมโตะ, ยูกิ โคบายาชิ, มิโดริ ซุซูมูระ และ นานากะ เซกิ มาขออยู่ด้วย โดยมีข้อเสนอว่าเธอทุกคนต้องจ่ายเงิน 1 ล้านเยนทุกเดือนเป็นค่าเช่าบ้าน

แต่ก็มีกฏเหล็ก 4 ข้อ คือ 1. ห้ามเขาตั้งคำถามพวกเธอ 2. ห้ามเข้าห้องนอนของเธอหากไม่ได้รับการอนุญาต 3. ทุกคนต้องมากินอาหารเย็นร่วมกันทุกวัน 4. ชิน ต้องเป็นคนดูแลและคอยบริการทุกอย่างแก่สาวๆ ในบ้าน แน่นอนว่าเมื่อชายหนุ่มอยู่ใกล้สาวสวยถึง 5 คน เรื่องราววุ่นๆ ย่อมเกิดขึ้นตามมา


หนึ่งในวัตถุดิบยอดนิยมที่ถูกนำมาสร้างเป็นซีรี่ส์โทรทัศน์ และภาพยนตร์ของญี่ปุ่นเสมอๆ คงไม่พ้นมังงะ จนกลายเป็นอิทธิพลต่อบุคลิกตัวละคร และพล็อตอันมีสีสันฉูดฉาดเกินจริงกว่าปกติในงานเหล่านี้ และในเน็ตฟลิกซ์บริการสตรีมมิ่งรายใหญ่ ผลงานที่ร่วมสร้างกับทางญี่ปุ่นหลายต่อหลายเรื่องก็ดัดแปลงจากงานเขียนการ์ตูนเหล่านี้เช่นกันดังเช่น

Million Yen Women หรือ 100 man yen no Onna tachi ที่ดัดแปลงจากผลงานของ ชุนจู อาโอโนะ ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Big Comic Spirits ตั้งแต่ปี 2015

Million Yen Women หรือในภาษาญี่ปุ่นมีชื่อว่า 100万円の女たち หรือ 100 Manen no Onna-tachi เป็นซีรี่ย์ดูหนังฟรีสัญชาติญี่ปุ่นที่ดัดแปลงมาจากมังงะที่เขียนโดย Shunju Aono นำออกมาฉายทาง Netflix ปี 2017 โดยผลงานการสร้างของ Netflix และ TV Tokyo กำกับโดย Michihito Fujii เป็นซีรี่ย์ประเภท Drama, Crime, Mystery มีทั้งหมด 12 ตอน แต่ละตอนมีความยาวประมาณ 24 นาที เหมาะสมกับผู้ชมที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวแปลกประหลาดเริ่มต้นขึ้นบนโต๊ะอาหารในบ้านแห่งหนึ่ง ที่มี มิชิมะ ชิน(โยจิโร่ โนดะ นักร้อง นักดนตรีวง Radwimps ) ชายหนุ่มเจ้าของบ้าน กับหญิงสาวห้าคนที่มาอยู่ร่วมชายคาด้วย โดยมีเงื่อนไขว่าเขาห้ามมีความสัมพันธ์เกินเลยกับใครคนใดคนหนึ่ง ห้ามถามเหตุผลว่าทำไมจึงมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ พวกเธอเป็นผู้อาศัยที่จะต้องจ่ายเงินค่าเช่าให้เขาเดือนละล้านเยน

มินามิ ชิราคาวะ (ริระ ฟูกุชิมะ จาก The Wolverine และ Terra Formars) หญิงสาวผมสั้น อายุมากสุดในห้าคน กับบุคลิกดุๆ ชอบพูดถากถาง มิชิมะ บ่อยๆ ที่แปลกก็คือในบ้านหลังนี้เธอจะชอบใช้ชีวิตเปลือยกายไม่ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น เธอจะออกไปทำงานทุกคืนโดยไม่มีใครรู้ว่างานนั้นคืออะไร

ฮิโตมิ สึคาโมโตะ (เรนะ มัตสึอิ จาก Majisuka Gakuen, Megami Sama และอดีตสมาชิกวง SKE48) หญิงสาววัยเบญจเพสบุคลิกเรียบร้อย ผู้นำแมวมาเลี้ยงในบ้าน ชอบเล่นโยคะ และอ่่านหนังสือแทบจะตลอดเวลา นับเป็นคนแรกๆ ที่ถามและพูดถึงงานเขียนของมิชิมะ เธอเหมือนไม่มีอาชีพแทบไม่ได้ออกจากบ้านหลังนี้

นานากะ เซกิ (ยูโกะ อารากิ จาก Confessions, Code Blue Season 3 และ กราเวียร์ไอดอลชื่อดัง) หญิงสาวสวยโฉบเฉี่ยววัยยี่สิบปี อาชีพยังเป็นความลับเพราะไม่ได้ออกไปไหนจากบ้านเช่นกัน ชอบดื่มนมเป็นชีวิตจิตใจ พูดจาราวกับสนิทสนมกับมิชิมะ และมักนอนคุยกับหญิงสาวคนอื่นๆ ในบ้าน

มิโดริ ซูสุมูระ(เรนะ ทาเคดะ จาก Assassination Classroom, The Werewolf Game: Lost Eden และกราเวียร์ ไอดอลชื่อดัง) เด็กสาวมัธยมปลายหน้าตาน่ารัก ตั้งแต่ต้นเรื่องเธอถูกข่มขู่ขอเงินจากเด็กผู้ชายรุ่นเดียวกันที่อ้างว่าเป็นพี่ชาย

ยูกิ โคบายาชิ (มิวาโกะ วางาสึมะ จาก The End of Puberty และ สมาชิกวงไอดอล 9nine) หญิงสาววัยยี่สิบปลายบุคลิกดูหม่นเศร้า ชอบดื่มชา เธอเป็นคนเดียวที่เปิดเผยกับทุกคนว่าแต่งงานแล้ว มักพูดคุยเรื่องต่างๆ กับมิชิมะเป็นประจำ และบ่อยครั้งก็พูดอะไรตรงไปตรงมาจนเจ้าตัวทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน

หญิงสาวทั้งห้าคือคนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของมิชิมะ จากนักเขียนไส้แห้ง และมีชีวิตที่จ่อมจมอยู่กับความทุกข์ให้เห็นคุณค่าของตนเอง คุณค่าของชีวิต บ้านที่เผยตั้งแต่ต้นเรื่องว่าเป็นสถานที่ก่อเหตุคดีฆาตกรรมโดยพ่อของเขา และทำให้มันเป็นฝันร้ายของเขาจนถึงวันนี้ ทุกๆ วันจะมีแฟ็กซ์ส่งข้อความมาสาปแช่งเขาในฐานะลูกของฆาตกรไม่มีขาด

และก็มีกฏเหล็ก 4 ข้อ คือ 1. ห้ามเขาตั้งคำถามพวกเธอ 2. ห้ามเข้าห้องนอนของเธอหากไม่ได้รับการอนุญาต 3. ทุกคนต้องมากินอาหารเย็นร่วมกันทุกวัน 4. ชิน ต้องเป็นคนดูแลและคอยบริการทุกอย่างแก่สาวๆ ในบ้าน แน่นอนว่าเมื่อชายหนุ่มอยู่ใกล้สาวสวยถึง 5 คน เรื่องราววุ่นๆ ย่อมเกิดขึ้นตามมา

การดำเนินเรื่อง

เนื้อเรื่องในแต่ละตอนจะค่อย ๆ เฉลยปมปริศนาและเบื้องลึกเบื้องหลังของชีวิตชินและหญิงสาวทั้งห้า โดยชินเป็นนักเขียนที่ไม่ประสบความสำเร็จ หนังสือขายไม่ออก และเขาต้องอยู่ตัวคนเดียว เนื่องจาก พ่อเป็นนักโทษประหารที่ไปฆ่าแม่ที่กำลังมีอะไรกับชู้ ฆ่าตำรวจที่กำลังเข้ามาช่วย เขาจึงกลายเป็นลูกฆาตรกรและนั่นทำให้เกิดเป็นปมด้อยในจิตใจเขา

ในช่วงตอนแรกๆจะค่อยๆเฉลย Background ของผู้หญิงแต่ละคน ทำให้เรารู้จักหญิงสาวปริศนาทั้งห้ามากขึ้น แต่ละคนก็มี Character ที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด และนั่นก็ถือเป็นเสน่ห์ของเรื่องนี้มาก ๆ ในตอนหลัง ๆ จะมีการเกิดฆาตกรรมชึ้น มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับหนังใหม่ชนโรงวงการนักเขียนมากขึ้น เนื้อเรื่องจะเฉลยไปเรื่อย ๆ ว่าใครเป็นคนส่งจดหมายคำเชิญ แล้วทำไปเพื่ออะไร ทำไมต้องฆ่าแกงกัน ทำไมหญิงสาวทั้งห้าถึงมาอยู่กับชินทั้งๆที่รู้ว่าอาจจะตายได้

โดยซีรี่ส์จะค่อยๆ เผยให้เห็นชีวิตที่ย่ำแย่ของเขา แต่ค่อยๆ ดีขึ้นทั้งในบ้าน และในแวดวงวรรณกรรม ภายหลังจากพวกเธอเข้ามา แต่นั่นก็ไมได้ทำให้มิชิมะไปถึงเป้าหมายที่เขาตั้งใจไว้ได้ พวกเธอจึงพยายามสร้างโอกาสต่างๆ รวมถึงสอนให้ชายหนุ่มมองเห็นสิ่งที่เขาอาจมองข้ามไปในชีวิต คุณค่าของผู้คนรอบข้างที่เขาหมางเมิน ขณะเดียวกันเรื่องก็จะค่อยๆ เผยที่มาที่ไปของทั้งห้าคนว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

รีวิว Million Yen Women

ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องทางสังคมของญี่ปุ่น

นอกจากนี้ Million Yen Women ยังแฝงประเด็นเกี่ยวกับเรื่องทางสังคมของญี่ปุ่น ทั้งการอยู่อาศัยร่วมกันของคนแปลกหน้า และการใช้ชีวิตของคนหนุ่มสาวญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความรักไม่อยากแต่งงาน หรือมีชีวิตคู่แบบครอบครัว โดยไฮไลต์อยู่ที่การหักมุมในช่วงท้าย ซึ่งต้องขอแนะนำว่า ให้หลบสปอย์ให้ดี

นักแสดง

ด้านนักแสดงนำก็มีส่วนที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น ไล่กันตั้งแต่ โนดะ โยจิโร่ นักร้องหนุ่มวงร็อคมาดเท่ ที่เคยมีผลงานหนังอย่าง Pieta in the Toilet และซีรีส์ Hello Harinezumi น่าจะได้ใจผู้ชมสาวๆ ส่วนผู้ชมหนุ่มๆ มีสาวสวยน่าดึงดูดใจหลายคน

นำโดย เรนะ มัตสึอิ อดีตนักร้องสาว ชื่อดังจากวง SKE48 วงพี่สาวของ BNK48 , เรนะ ทาเคดะ เจ้าของตำแหน่ง ไอดอลนักเรียนสาวอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นหลายปีติดต่อกัน และ ยูโกะ อารากิ นักแสดง-นางแบบมากความสามารถชาวญี่ปุ่น ที่เพิ่งเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

โดยรวม

ส่วนตัวยกให้ซีรี่ย์นี้เป็นซีรี่ย์หนึ่งที่สนุกมาก ๆ ชอบมาก ๆ เปิดฉากมาก็เเป็นธีมแฟนตาซีแล้ว สาวสวย 5 คนมาอยู่กับหนุ่มมืดมน ไร้อนาคต แต่นั่นไม่ทำให้ตัวหนังเป็นแนวรักกุ๊กกิ๊กแต่อย่างใด เนื้อเรื่องจะให้ปมปริศนากับเรามาก่อน แล้วค่อย ๆ เล่าย้อนกลับไป พร้อมกับเดินหน้าเนื้อเรื่องไปด้วย ไม่พอแค่นั้นยังมีการเกิดฆาตกรรมขึ้นอีก ยิ่งทำให้เพิ่มปมปริศนาในใจเข้าไปอีก มันทำให้เรื่องนี้น่าติดตามทุกนาทีที่ดูจริง ๆ

สรุป

ซีรี่ส์แนวสืบสวนปนโรแมนติคของญี่ปุ่น จุดขายด้วยห้าสาวสวยปริศนาต่างบุคลิกที่มาอยู่ใต้ชายคาเดียวกับชายหนุ่ม สนุกชวนติดตามแต่กลับมีบทสรุปที่ไม่สมเหตุสมผลนัก

The Sinner Season 3

ดูหนังออนไลน์

รีวิว The Sinner Season 3 - คนบาป ซีซั่น 3

ซีรีส์ฝรั่งแนวสืบสวนที่พลิกการเล่าเรื่องใหม่ เพราะเฉลยตัวฆาตกรตั้งแต่ฉากแรก แต่เรื่องจะมุ่งเน้นการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ รวมถึงแรงจูงจงใจ ซึ่งเมื่อขุดค้นไปเรื่อยๆ เรื่องราวกลับโยงไปสู่ความจริงเบื้องหลังที่มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนที่สุดหักมุมอย่างไม่น่าเชื่อ รีวิว The Sinner Season 3

เรื่องย่อ

ณ เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในนิวยอร์ก เจ้าหน้าที่สืบสวนคนหนึ่งที่มีปมปัญหาน่าหวั่นใจต้องหาคำตอบเบื้องหลังคดีอาชญากรรมชวนฉงน และต่อสู้กับด้านมืดในจิตใจของตัวเองไปพร้อมๆ กันกับนักสืบแฮร์รี่ แอมโบรสสืบสวนเหตุรถชนสุดสยองที่นำไปสู่คดีที่อันตรายและซับซ้อนที่สุดคดีหนึ่งในชีวิตการทำงาน


เรื่องราวจะแบ่งหนึ่งซีซันต่อหนึ่งคดีใหญ่ ซึ่งก็ไม่ได้เชื่อมต่อกัน แต่ทั้งสองคดีมีคอนเซปต์หลักที่คล้ายกันคือ ฆาตกรแต่ละซีซันดูเหมือนเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มีพิษภัยอะไร และไม่น่าจะมีเหตุให้ลงมือฆาตกรรม แต่เมื่อตัวเอกลองสืบสวนลึกลงไปกลับพบว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่เห็น รวมถึงเล่นปมทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ

ก่อนอื่นต้องบอกว่า ซีรีส์แนวสืบสวนทั่วไป จะมีแพทเทิร์นอย่างหนึ่งที่เราพบเห็นเป็นประจำคือ เกิดคดี นักสืบ หรือทีมงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ พบผู้ต้องหา หรือพยาน สอบปากคำ ค้นหาความจริง ค้นหาว่าฆาตกรคือใคร เชื่อมโยงสิ่งที่เกี่ยวข้อง ออกตามล่าฆาตกร และหลายคดีก็จะพบเบื้องหลังอื่นๆอีก

แต่เรื่องนี้มีความพยายามที่จะฉีกแนวทางการเล่าเรื่อง นั่นคือตัวเรื่องจะมีการเฉลยตั้งแต่ 10 นาทีแรกในตอนแรกสุดของแต่ละซีซันว่า คนร้ายคือใคร รวมถึงวิธีสังหารด้วย (ซีซัน 1 และ 2 ใช้วิธีนี้หมด)

เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ดูหนังออนไลน์จะไม่ต้องสืบหาเลยในซีรีส์นี้ก็คือ ฆาตกร และ วิธีสังหาร แต่ซีรีส์กลับโยนระเบิดลูกใหญ่เข้ามาหาคนดูแทน นั่นคือเราจะพบว่าฆาตกรในเรื่อง ดูแล้วเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นคนที่ไม่น่าจะลงมือก่อการอะไรด้วยซ้ำ

แต่พวกเขาทำไปแล้ว แบบนี้จะรอดพ้นโทษได้ยังไง ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายซีรีส์เรื่องนี้คือ การสืบค้นหา “แรงจูงใจ” ของการฆาตกรรม ที่มีความสลับซับซ้อนมากกว่าที่ตาเห็น

โดยตัวเรื่องจะแบ่งเป็นหนึ่งซีซันต่อหนึ่งคดีหลัก และในระหว่างนั้นก็ไม่มีคดีย่อยด้วย คือทั้งซีซันมุ่งสู่การค้นหาความจริงในคดีเดียวล้วนๆ ทำให้เรื่องนี้มีจุดเด่นในแง่เป้าหมายการสืบสวนที่ชัดเจน

ในซีซั่นที่ 1

ซีซัน 1 เกิดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญไปทั่วชายหาดแห่งหนึ่งของเมืองเล็กๆที่แทบไม่มีคดีร้ายแรงแบบนี้เกิดขึ้น เมื่อหญิงสาว โคร่า ที่เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนพร้อมครอบครัวคือสามีและลูกสาว จู่ๆกลับก่อเหตุเอามีดไปจ้วงแทงชายคนหนึ่งที่กำลังพลอตรักกับแฟนสาวอยู่บนชายหาด ท่ามกลางพยานผู้เห็นเหตุการณ์นับร้อยคน

ในซีซั่นที่ 2

ในซีซัน 2 นักสืบแอมโบรสต้องกลับมารับหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมปริศนาอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสาว เฮเธอร์ ลูกสาวของเพื่อนเก่าของแอมโบรสได้ติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากเขาให้มาช่วยไขคดีฆาตกรรมร้ายแรง ที่สุดสดแสนจะเป็นปริศนา เมื่อเธอพบว่า เด็กชายผิวสีที่ดูใสซื่ออย่าง จูเลียน กลับเป็นคนลงมือวางยาใส่พ่อแม่ของตนจนเสียชีวิตโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ

เนื้อเรื่องซีซั่น 3

การกลับมาในซีซัน 3 ของ นักสืบแอมโบรส ที่ต้องเผชิญหน้ากับคดีฆาตกรรมปริศนา แต่ในภาคนี้ รูปแบบการเดินเรื่องได้แตกต่างจากสองซีซันที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ในซีซัน 1 และ 2 เรื่องเปิดมาด้วยคดีฆาตกรรมที่คนดูจะทราบตัวฆาตกรตั้งแต่แรก แต่จะพบว่าฆาตกรเหล่านั้นดูไม่น่าจะมีแรงจูงใจให้ลงมือเอาซะเลย แถมทั้งสองซีซันที่ผ่านมา ฆาตกรทั้งสองคนนั้น พวกเขาเป็นแค่ ผู้หญิงธรรมดา และเด็กชายคนหนึ่ง ดังนั้นปริศนาของเรื่องก็คือการตามสืบหาว่า เกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้คนธรรมดาแบบนั้นกลับลงมือฆ่าคนด้วยวิธีที่ค่อนข้างโหดซะด้วย

ซึ่งในบทสรุปของทั้งสองซีซันก็ทำออกมาได้ดี เพราะกลายเป็นว่าคนร้ายทั้งสองคนนั้นแท้จริงแล้วคือเหยื่อซะมากกว่า แล้วพวกเขาก็ไม่ได้ถูกลงโทษถึงชีวิต หรือจะต้องติดคุกยาวนาน แต่ได้รับการลดหย่อนโทษตามสมควรจากความผิดที่พวกเขาก็ไม่ได้ตั้งใจก่อ

แต่ซีซัน 3 เรื่องราวซีรี่ย์ Netflixนำเสนอเปลี่ยนแปลงไปหมด แม้ว่าจะยังมีจุดที่เหมือนกันอยู่คือ คนร้ายในซีซันนี้ ก็ดูเป็นชายหนุ่มธรรมดาทั่วไป

เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ เจมี่ (นำแสดงโดย Matt Bomer) ชายหนุ่มที่เป็นอาจารย์ในโรงเรียนมัธยมหญิงล้วนในชานเมือง ภายนอกเป็นคนดูดีมีเสน่ห์ เป็นที่รักใคร่ของนักเรียน ตัวเขาก็มีภรรยาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอด ดูแล้วไม่น่ามีพิษมีภัยอะไรกับใคร แต่แล้วคืนหนึ่ง กลับมีเพื่อนเก่าของเขามาเยี่ยมถึงบ้าน แล้วก็กลายเป็นว่าหลังจากนั้นเพื่อนของเขากลับเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่ตัวเขารอดมาได้

ซึ่งก็เป็นสิ่งที่นักสืบแอมโบรส์ได้รับหน้าที่เข้ามาสืบสวน และเขาก็พบว่าที่จริงแล้วอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมันมีอะไรมากกว่านั้น รวมถึง เจมี่ ครูมัธยมมากเสน่ห์ ก็มีอะไรที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาด้วย

จุดเด่นในซีซั่น 3

ข้อเด่นของซีซัน 3 เท่าที่เห็นคือ การฉีกแนวไปจากสองซีซันก่อน ที่ช่วยให้ไม่จำเจเกินไป เดาทางได้ยากว่าบทสรุปจะเป็นยังไงต่อไป อีกทั้งนักแสดงในบทเจมี่ ที่ได้ Matt Bomer ก็ทำได้ดีเอามากๆ เนื่องจากรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น เรียกว่าเขาไปเป็นพระเอกซีรีส์สักเรื่องได้สบายมาก การแสดงของเขาก็เฉียบขาด ทั้งในช่วงที่ยังไม่เกิดเรื่องกับช่วงที่อดีตของเขาเริ่มเผยออกมามากขึ้นเรื่อยๆ แสดงได้โรคจิตดี

รีวิว The Sinner Season 3

จุดด้อย

แต่ข้อด้อยนั้น สำหรับคนที่เข้ามาดู The Sinner โดยคาดหวังรสชาติแบบเดิมๆอาจจะผิดหวัง เพราะซีซันนี้มีเรื่องราวที่มืดหม่นมากขึ้น การเดินเรื่องช้า แต่ในช่วงสองตอนสุดท้าย คนดูอาจจะเริ่มเข้าใจสารสำคัญของซีซันนี้มากขึ้น เพราะเหมือนเรากำลังรับชมเรื่องราวของคนที่กำลังจะกลายเป็น “วายร้าย” ในหนังสืบสวนหรืออะไรสักอย่าง

ว่าถ้าเขาถูกบีบคั้นมากๆด้วยวิธีการช่วยเหลือที่อาจจะไม่ค่อยเข้าท่านัก ผลมันจะออกมาเป็นยังไงบ้าง แม้ว่าตอนสุดท้ายที่เป็นบทสรุปของเรื่องจะทำออกมาแล้วขัดใจคนดูอยู่บ้าง (ในเว็บ IMDB ให้คะแนนตอนจบของซีซัน 3 ไม่ดีนัก)

แต่ในมุมหนึ่งมันก็เหมือนเป็นการสอนคนดูด้วยว่า จะทำตัวเป็นคนร้าย มันไม่ได้ออกมาดีนักหรอก อย่าไปทำเลย และตำรวจในโลกจริงๆไม่มารอเสียเวลาต่อปากต่อคำกับคนร้ายเหมือนในซีรีส์ที่เราดูกัน ถ้ายิงได้เขายิง เพราะงั้นจะมาเล่นเป็นคนร้าย มันไม่สนุกในความเป็นจริงนักหรอก ซึ่งถ้ามองในมุมนี้ ก็ถือว่าซีรีส์นำเสนอออกมาได้ดีแล้ว

โดยรวม

ในภาพรวมแล้ว ซีซัน 3 พยายามที่จะหาทางฉีกแนวเรื่องให้แตกต่างออกมาจากซีซันก่อน เจมี่ ซึ่งเป็นคนร้ายในซีันนี้ดูแล้วไม่ได้เป็นคนน่าสงสารมากเหมือนกับสองคดีก่อน (ที่เป็นผู้หญิงและเด็ก) แล้วที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้ก็คือ การล้วงลึกในเชิงปมจิตวิทยาที่อาจจะดูแล้วมืดหม่นและมีบทพูดที่เข้าใจยากไปบ้าง

เพราะมีการอ้างอิงคำพูดในเชิงปรัชญาตะวันตกพอสมควร โดยเฉพาะปรัชญาของนีทเช่ ที่ถือว่าเป็นคีย์หลักของเรื่อง โดยเฉพาะประโยคที่บอกว่า “ถ้าเราจ้องมองนรกนานเกินไป นรกจะจ้องเรากลับ” ซึ่งประโยคนี้เองที่เป็นคีย์สำคัญของเรื่อง โดยเฉพาะในตอนท้าย จากการเผชิญหน้ากันระหว่างแอมโบรสและเจมี่

สรุป

เป็นซีรีส์สืบสวนที่พยายามหาทางฉีกจากแนวเดิมๆ เน้นหาแรงจูงใจของฆาตกรที่ดูแล้วเหมือนพวกเขาเป็นเหยื่อที่ทำให้น่าเห็นใจด้วย มีจุดหักมุม การเล่าเรื่องอืดไปบ้าง นักแสดงหลักก็มีอายุ บางคนอาจจะไม่ชอบ

เป็นความพยายามฉีกแนวทางของเรื่องให้ไม่ซ้ำซาก ถึงแม้ว่าในแง่บทอาจจะดูแปร่งๆอยู่บ้าง แต่สารสำคัญของซีซันนี้มีความชัดเจน และควรรับชม

The Sinner Season 2

ดูหนังออนไลน์

รีวิว The Sinner Season 2 - คนบาป ซีซั่น 2

ซีรีส์ฝรั่งแนวสืบสวนที่พลิกการเล่าเรื่องใหม่ เพราะเฉลยตัวฆาตกรตั้งแต่ฉากแรก แต่เรื่องจะมุ่งเน้นการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ รวมถึงแรงจูงจงใจ ซึ่งเมื่อขุดค้นไปเรื่อยๆ เรื่องราวกลับโยงไปสู่ความจริงเบื้องหลังที่มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนที่สุดหักมุมอย่างไม่น่าเชื่อ รีวิว The Sinner Season 2

เรื่องย่อ

นักสืบแอมโบรสต้องกลับมารับหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมปริศนาอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสาว เฮเธอร์ ลูกสาวของเพื่อนเก่าของแอมโบรสได้ติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากเขาให้มาช่วยไขคดีฆาตกรรมร้ายแรง ที่สุดสดแสนจะเป็นปริศนา เมื่อเธอพบว่า เด็กชายผิวสีที่ดูใสซื่ออย่าง จูเลียน กลับเป็นคนลงมือวางยาใส่พ่อแม่ของตนจนเสียชีวิตโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ


ซีรีส์แนวสืบสวนที่จะพลิกโฉมวงการหนังแนวฆาตกร เพราะเฉลยตัวฆาตกรตั้งแต่ต้นเรื่อง ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่มากในวงการหนังฆาตกร ส่วนภายในเรื่องจะมุ่งเน้นการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่บวกกับแรงจูงใจ ซึ่งเมื่อขุดค้นไปเรื่อย ๆ เรื่องราวกลับโยงไปสู่ความจริงเบื้องหลังที่มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนที่สุดหักมุมอย่างไม่น่าเชื่อ

เรื่องราวจะแบ่งออกเป็น 3 ซีซัน ซึ่งแต่ละซีซันก็จะมีคดีที่แตกต่างกันไปและไม่ได้เชื่อมต่อกัน แต่ทุกคดีมีคอนเซปต์หลักคล้ายกันคือ ฆาตกรแต่ละ ซีซันดูเหมือนเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มีพิษภัยอะไร แต่เมื่อตัวเอกลองสืบสวนลึกลงไปกลับพบว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่เห็น รวมถึงเล่นปมทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ

เรื่องราวจะแบ่งหนึ่งซีซันต่อหนึ่งคดีใหญ่ ซึ่งก็ไม่ได้เชื่อมต่อกัน แต่ทั้งสองคดีมีคอนเซปต์หลักที่คล้ายกันคือ ฆาตกรแต่ละซีซันดูเหมือนเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มีพิษภัยอะไร และไม่น่าจะมีเหตุให้ลงมือฆาตกรรม แต่เมื่อตัวเอกลองสืบสวนลึกลงไปกลับพบว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่เห็น รวมถึงเล่นปมทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ

แล้วในที่สุดเรื่องราวจากทั้งสามคดีที่ถูกเปิดเผยออกมาก็ทำให้เราพบว่า "คนบาปตัวจริงอาจจะไม่ใช่ฆาตกรที่ลงมือฆ่าเสมอไป" แต่พวกเขาเป็นเพียงเหยื่อที่อยู่ปลายทางของการก่ออาชญากรรมโดยคนที่มีฉากหน้าว่าเป็น "คนดี" ต่อสังคมมากกว่า

ต้องบอกว่า "ซีรีส์แนวสืบสวน" ทั่วไป จะมีรูปแบบอย่างหนึ่งที่เห็นเป็นประจำคือ เกิดคดี นักสืบและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ พบผู้ต้องหาหรือพยาน สอบปากคำ ค้นหาความจริง ค้นหาว่าฆาตกรคือใคร เชื่อมโยงสิ่งที่เกี่ยวข้อง ออกตามล่าฆาตกร และหลายคดีก็จะพบเบื้องหลังอื่นๆอีก

แต่เรื่องนี้ดูหนังออนไลน์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นั่นคือตัวเรื่องจะมีการเฉลยตั้งแต่ต้นเรื่องของแต่ละซีซันว่า ฆาตกรเป็นใครและใช้วิธีการใดสังหารเหยื่อ

เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนดูไม่ต้องลุ้นและไม่ต้องคิดเชื่อมโยงเลย ก็คือ "ฆาตกรและวิธีสังหาร" เปรียบเสมือนว่าซีรีส์โยนระเบิดลูกใหญ่เข้ามาหาคนดูในครั้งเดียวเลย นั่นคือเราจะพบว่าฆาตกรในเรื่อง ดูแล้วเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นคนที่ไม่น่าจะลงมือก่อเหตุอะไรด้วยซ้ำ

แต่พวกเขาทำไปแล้ว แบบนี้จะรอดพ้นโทษได้ยังไง ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายสำหรับซีรีส์เรื่องนี้คือ การค้นหา “แรงจูงใจ” ของการฆาตกรรม ที่มีความสลับซับซ้อนมากกว่าที่ตาเห็น

ในซีซั่นที่แล้ว

ซีซัน 1 เกิดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญไปทั่วชายหาดแห่งหนึ่งของเมืองเล็กๆที่แทบไม่มีคดีร้ายแรงแบบนี้เกิดขึ้น เมื่อหญิงสาว โคร่า ที่เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนพร้อมครอบครัวคือสามีและลูกสาว จู่ๆกลับก่อเหตุเอามีดไปจ้วงแทงชายคนหนึ่งที่กำลังพลอตรักกับแฟนสาวอยู่บนชายหาด ท่ามกลางพยานผู้เห็นเหตุการณ์นับร้อยคน

เนื้อเรื่องซีซั่น 2

ในซีซัน 2 นักสืบแอมโบรสต้องกลับมารับหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมปริศนาอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสาว เฮเธอร์ ลูกสาวของเพื่อนเก่าของแอมโบรสได้ติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากเขาให้มาช่วยไขคดีฆาตกรรมร้ายแรง ที่สุดสดแสนจะเป็นปริศนา เมื่อเธอพบว่า เด็กชายผิวสีที่ดูใสซื่ออย่าง จูเลียน กลับเป็นคนลงมือวางยาใส่พ่อแม่ของตนจนเสียชีวิตโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ

การดำเนินเรื่อง

ซีซัน 2 ยังคงมาแนวทางเดียวกับซีซันแรกคือ เฉลยตัวฆาตกรตั้งแต่ฉากแรก รวมถึงวิธีสังหาร แต่เราต้องมาค้นหาว่า อะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง แรงจูงใจ แรงผลักดัน หรือปมทางจิตวิทยาอื่นๆที่นำไปสู่การลงมือฆ่า

ซึ่งในซีซันนี้เรื่องมีความกล้าและโหดเอามากๆ เพราะฆาตกรคือ เด็กชายที่อายุยังไม่เกิน 12 ปี แถมยังเป็นการทำปิตุฆาตซะด้วย แต่มันเป็นแบบนั้นแน่หรือ??? นี่คือสิ่งที่เรื่องโยนระเบิดให้คนดู

จุดเด่นของซีซันนี้

ที่ต้องชมเลยคือ อีไลชา เฮนิก ที่แสดงเป็น จูเลียน เด็กน้อยที่เป็นฆาตกรซึ่งแสดงได้เกินอายุมาก ส่วนตัวละครหลักอีกคนในซีซัน 2 คือ ตำรวจสาว เฮเธอร์ ที่จะมาร่วมมือกับแอมโบรส ตัวเอกของเรื่องสืบค้นหาความจริง ก็แสดงได้ดี

ในส่วนของการเดินเรื่อง เนื่องจากบทมีความชัดเจนว่าต้องการสืบหาอะไร ทำให้เรื่องเดินไป ได้แบบไม่ออกทะเล บทพูดหลายซีนไม่ได้สร้างมาลอยๆ หรือไม่มีความหมาย แต่มีการเชื่อมโยงไปถึงคดีด้วย

เรื่องยังคงนำเสนอประเด็นคนบาปตัวจริง ที่ซุกซ่อนอยู่ ว่าอะไรหรือใครกันแน่ที่ส่งผลกระทบสืบเนื่องมาทำให้เกิดเหตุฆาตกรรมไม่คาดฝันโดยเด็กชายที่ดูใสซื่อคนหนึ่ง

จุดด้อย

แต่ภาคนี้มีจุดด้อยพอสมควร ที่เห็นชัดคือ จังหวะการเดินเรื่องไม่สมูทเท่าซีซันแรก อีกทั้งตัวเรื่องพยายามไปเล่นปมจิตวิทยาของตัวเอกอย่างแอมโบรสเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มมิติตัวละคร และเป็นการเชื่อมโยงให้เจ้าตัวมีความเห็นใจเด็กชายจูเลี่ยนและตัวละครที่เพิ่มเข้ามาในซีซันนี้ด้วย แต่กลับกลายเป็นว่าทำให้ตัวเรื่องดูรกและชักช้าเกินไป จนคดีในซีซัน 2 ดูมีปมมากเกินเหตุ

สำหรับการเฉลยความจริงของคดี เบื้องหลังที่โคตรจะเบื้องหลังมีปมหักมุมเหมือนคดีแรก เรื่องเล่นประเด็นทางศีลธรรมของมนุษย์กับเรื่องเว็บดูหนัง ปัญหาทางเพศเพิ่มเติม ว่าเป็นต้นเหตุของคววามเลวร้ายอย่างอื่นตามมา แต่ภาพรวมแล้วยังทำไม่ถึงเท่ากับซีซันแรกเท่าไหร่ แต่ก็เป็นแนวสืบสวนที่ยังคงดูได้

รีวิว The Sinner Season 2

โดยรวม

ภาพรวมทั้งสองซีซัน ผลงานค่อนข้างดีและมีความสด ทำให้เดาทางได้ยาก แม้จะเดินเรื่องช้าไปบ้าง แต่ในซีซันสองพบว่าภาพรวมของเรื่องดรอปลงพอสมควรในแง่ความสมจริง แต่ยังดีที่สามารถนำไปสู่บทสรุปที่น่าพอใจเกินคาดได้

สรุป

เป็นซีรีส์สืบสวนที่พยายามหาทางฉีกไปจากแนวเดิมๆ แม้ว่าการเล่าเรื่องจะอืดไปบ้าง อีกทั้งนักแสดงหลักมีอายุแล้ว คนดูที่ไม่ใช่แนวนี้อาจจะไม่ชอบ แต่คอนเซปต์ของเรื่องถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว ส่วนจุดหักมุม อาจจะไม่ถึงขั้นอึ้งตะลึงมากนัก แต่คนเขียนบทก็เข้าใจทำในการเชื่อมโยงปริศนาได้ดี สามารถรับชมเรื่องนี้ได้ใน Netflix ส่วนซีซัน 3 กำลังจะมาวันที่ 19 มิถุนายนนี้แล้ว ส่วนตัวเรื่องเป็นเรต 18+ มีฉากรุนแรงและเรื่องทางเพศด้วย

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2563

Forgotten

หนังใหม่เต็มเรื่อง

รีวิว Forgotten - ความทรงจำพิศวง

ภาพยนตร์ Original NETFLIX สัญชาติเกาหลีที่เด้งอยู่ในหน้าแรกของผมอยู่ยาวนานแล้วพอสมควรก็เลื่อนผ่านไปผ่านมาจนมีโอกาสได้รับชมจึงพบว่าเมื่อนานมาแล้วเราเคยพบความยอดเยี่ยมของพล็อตเรื่องแบบนี้ในภาพยนตร์เกาหลีมาก่อนเลยอยากมาชวนคนที่ยังไม่เคยดูและอยากจะให้คนที่เคยดูได้บอกเล่าต่อเช่นกัน รีวิว Forgotten

เรื่องย่อ

เรื่องราวของ “จิน ซอกชาย” ในช่วงเวลาที่กำลังย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่กับครอบครัวที่ประกอบไปด้วย “พ่อ แม่ พี่ชาย” และตัวเขา ซึ่งภาพยนตร์เน้นการเล่าเรื่องราวถึงความยอดเยี่ยมของพี่ชายเขาว่าเป็นคนสมบูรณ์แบบแค่ไหน “จิน ซอกชาย” บอกว่าสุดท้ายแล้วพี่ชายของเขาก็เปรียบเสมือนฮีโร่ของบ้านหลังนี้


หลังจากที่ Netflix กระโดดลงมาทำคอนเทนท์ภาพยนตร์เพื่อป้อนทางสตรีมมิ่งของตัวเอง ส่งผลให้ผู้ชมทั่วโลกมีทางเลือกในการดูหนังมากยิ่งขึ้น และดูเหมือนว่าตอนนี้นอกจากหนังในบ้านเกิดตัวเองอย่างอเมริกา Netflix ยังจับตลาดหนังเกาหลีด้วยการส่งหนังระทึกขวัญ-เขย่าขวัญอย่าง Forgotten มาชิมลางผู้ชมด้วย

ช่วงนี้ภาพยนตร์เกาหลีกำลังมาแรง โดยเฉพาะแนวระทึกขวัญสยองขวัญที่หลายเรื่องล้วนสร้างได้ดีไม่แพ้ภาพยนตร์ฮอลลีวูดเลย ซึ่งเรื่อง Forgotten (2017) ความทรงจำพิศวง ก็เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ระทึกขวัญลึกลับของเกาหลีที่สร้างออกมาได้ดี โดยเฉพาะการหักมุมที่หลอกคนดูได้แนบเนียนสุด ๆ โดยหนังกำกับโดย Jang Hang-jun และนำแสดงโดย Kang Ha-neul, Kim Mu-yeol, Moon Sung-keun และ Na Young-hee

เนื้อเรื่อง

เล่าเรื่องราวของจิน ซอกชาย หนุ่มคนหนึ่งซึ่งตื่นขึ้นในรถที่กำลังเดินทางไปยัง “บ้าน” หลังใหม่ดูเหมือนว่าเขาจะสนิทกับพี่ชายมาก แต่ความทรงจำก่อนหน้านี้ เขากลับจำอะไรไม่ได้เลยสักนิดเดียว แถมบ้านหลังนี้เขากลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ ราวกับเขาเคยผูกพันกับบ้านหลังนี้มาเป็นเวลานั้น แต่ให้นึกอย่างไรเขาก็นึกไม่ออก

ณ บ้านหลังใหม่มีห้องเก็บของซึ่งเจ้าของบ้านคนเก่า ขอความรบกวนว่า “ห้าม” เข้าไปเด็ดขาดเนื่องจากเก็บของบางอย่างไว้ และพวกเขาจะกลับมาเอาไปในไม่ช้า ระหว่างนั้นเองจิน ซอกที่ต้องคอยทานยาเพื่อไม่ให้เกิดอาการประสาทหลอน เขามักจะได้ยินเสียงประหลาดเล็ดลอดออกมาจากห้องเก็บของ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าพี่ชายของตนอย่างยูซอก ก็จะคอยห้ามปรามและให้กำลังชายน้องชายจากอาการป่วยอยู่เสมอ

หลังจากที่พวกเขาเข้าไปในบ้านก็พบว่ามีห้องอยู่ห้องหนึ่งที่ถูกห้ามเข้าไปโดยเด็ดขาดโดยให้เหตุผลว่าเจ้าของบ้านคนเก่ากำชับและขอความช่วยเหลือในการเก็บสิ่งของไว้ก่อนนั่นเอง แม้ว่าเขาพยายามจะเข้าไปแต่ก็โดนห้ามขัดขวางไว้โดยตลอด แต่ตัวเขาเองก็มีความรู้สึกคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้อย่างประหลาดเหมือนเคยมีความทรงจำร่วมกัน ตัวเขารู้สึกว่าห้องนั้นมีอะไรผิดปกติจึงอยากที่จะรู้ความจริงให้ได้

จากจุดความสงสัยเล็ก ๆ นี้แหละครับที่ทำให้การสืบหาความจริงของ “จิน” เริ่มขึ้น และยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากอยู่ดี ๆ วันหนึ่งพี่ชายของเขา “ยูซอก” ก็ถูกลักพาตัวขึ้นรถตู้ไปอย่างไร้ร่องรอยและหลังจากหายตัวไปนานหลายสิบวัน พี่ชายของเขาก็เดินทางกลับมาที่บ้าน แต่ตัวเขาเองก็เริ่มสังเกตพบความเปลี่ยนแปลงของพี่ชาย ราวกับว่าคนคนนี้ไม่ใช่พี่ชายของเขาจนกลายเป็นการสืบหาความจริง

การดำเนินเรื่อง

โดยช่วงเปิดเรื่องจะฉายถึงครอบครัวของจินซอกที่กำลังเดินทางมายังบ้านหลังใหม่ ที่ซึ่งเขารู้สึกคุ้นเคยอย่างมาก ซึ่งช่วงนี้จะมีการพูดแนะนำยูซอก (พี่ชาย) เล็กน้อยผ่านตัวละครหลัก (จินซอก) โดยเขารู้สึกชื่นชมในตัวพี่ชายมาก ด้วยความเพียบพร้อมทุกด้านที่หาใครเปรียบได้ยาก จากนั้นทุกคนก็เข้าไปในบ้าน พร้อมกับช่วยกันจัดวางข้าวของตามที่ต่าง ๆ

ซึ่งช่วงแรก ๆ หนังพยายามฉายหนังใหม่เต็มเรื่องให้เห็นถึงสิ่งผิดปกติต่าง ๆ ในบ้าน เช่น ห้องลับที่เจ้าของห้องคนก่อนบอกห้ามเข้าไปโดยเด็ดขาด เสียงประหลาดที่ดังมาจากในห้องนั้น พี่ชายที่ถูกคนกลุ่มหนึ่งจับตัวไปอย่างไม่มีสาเหตุ ป้ายทะเบียนรถที่จับตัวพี่ชายไปซึ่งไม่มีอยู่จริง ความฝันประหลาดของจินซอก การกลับมาของพี่ชายที่ซึ่งลืมเลือนเรื่องราวที่ถูกลักพาตัวไป

จากนั้นหนังจะค่อย ๆ ฉายถึงความผิดปกติของพี่ชายที่ทำตัวต่างจากคนเดิมโดยสิ้นเชิง จนเมื่อจินซอกเริ่มสงสัยในตัวพี่ชายจนได้แอบตามเขาไป และได้พบกับความลับเบื้องหลังที่เห็นแล้วถึงกับชวนอึ้ง จนต้องเอาเรื่องราวที่ได้พบเจอไปบอกกับแม่

แต่ทว่าแม่ของเขาก็ดันทำตัวลึกลับเช่นกันและได้นำเรื่องราวนั้นไปบอกกับใครบางคน ยิ่งทำให้น่าสนใจชวนติดตามลุ้นเอาใจช่วยตัวละครและหวาดระแวงตัวละครมากขึ้น จนตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไว้ใจใครได้บ้าง ซึ่งตัวละครแต่ละคนล้วนน่าสงสัยและแสดงได้แนบเนียนสมบทบาทสุด ๆ ทำให้จินซอกตัดสินใจหนีออกจากบ้านและไปแจ้งความกับตำรวจ

ซึ่งช่วงนี้หนังก็ได้เปิดเผยเรื่องราวบางส่วนออกมาที่ทำเอาชวนอึ้งไปตาม ๆ กันอีกครั้ง จากนั้นหนังก็ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อยไปเรื่อย ๆ ซึ่งหักมุมหลอกคนดูให้คาดเดาผิดไปอีกทางนึงมาตลอด จนดำเนินเรื่องวกกลับมาที่ช่วงเปิดเรื่อง

และค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดในช่วงก่อนหน้าที่ตัวละครจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านนั่นเอง และมาหักมุมหลอกคนดูอีกครั้งในช่วงท้ายเรื่อง แต่ช่วงหักมุมในจุดนี้ดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ในด้านการใช้นักแสดงบางคนมารับบทนี้

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการวางเรื่องราวในความสนุกของการรับชมได้อย่างดีเยี่ยมนะครับ ในช่วงแรกเราจะรู้สึกถึงความเป็นหนังสยองขวัญเล็ก ๆ ต่อจากนั้นหนังก็เริ่มแสดงให้คุณดูรู้สึกสับสนกับเรื่องราวว่าจริงๆ แล้ว “จิน” อาจจะจิตหลอนไปเองหรือเปล่าคิดไปเอง

กับเหตุการณ์ทั้งหมดเพราะอาการประสาทหลอนหรือไม่ และก็เข้มข้นไปด้วยการตามสืบหาความจริงที่ค่อย ๆ คลายปมไปทีละนิด จนสุดท้ายมันกลายเป็นภาพยนตร์หักมุมชั้นดีเรื่องหนึ่งและสะเทือนใจสุด ๆ ละครับ

ตัวละครหลัก

จินซอก (รับบทโดย คังฮานึล) เป็นลูกชายคนเล็ก วัย 21 ที่กำลังขมักเขม้นการดูหนังสือสอบ มุ่งมั่นจะเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ในปีนี้ เขาเป็นคนขยัน แต่หัวไม่ดีเท่าพี่ชาย เขาเห็นพี่ชายเป็นต้นแบบที่น่านับถือและชื่นชมมาก เป็นเรื่องให้โม้ได้แบบ so proud เสมอๆ แต่เรื่องของตัวเองกลับสร้างความเครียด ถึงขั้นต้องกินยาช่วยคลายกังวลอยู่เป็นประจำ

ยูซอก (รับบทโดย คิมมูยอล) เป็นพี่ชายที่สุดแสนสมบูรณ์แบบในสายตาน้องชาย เก่ง ฉลาด สอบได้ที่หนึ่งมาตลอดจนจบมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีพรสวรรค์เก่งรอบด้าน ทั้งดนตรี กีฬา งานช่างก็เยี่ยม วาทศิลป์ก็เลิศ แถมยังนิสัยดี ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่อีก มารยาทดี ใจดี ชอบช่วยเหลือด้วย (555 แบบนี้เข้าสูตร Too good to be true ตามภาษิตฝรั่ง ดีเกินจริง)

ความลึกลับต่างๆ

หนังค่อยๆ ใส่ปริศนาเข้ามาให้กับผู้ชมมากขึ้น คนดูจะเริ่มสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลรอบตัวของจินซอก และดูเหมือนว่าหนังจะพยายามให้คนดูเอาใจช่วยตัวละครนี้ให้ไขปริศนาว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของผู้ชายคนนี้กันแน่ แต่เมื่อหนังเดินเรื่องไปเรื่อยๆ คนดูก็จะได้พบกับจุดหักมุมของเรื่องชนิด ตลบหลังคนดูจนหน้าหงายตั้งตัวไม่ทันกันเลยทีเดียว

ปมต่างๆ

นอกจากนี้ปมที่ถูกสร้างไว้เป็นพลอตเรื่อง จะทยอยเฉลย ทยอยหักมุม หลายตลบอยู่ ทำให้หนังมีความน่าติดตามเดากันไปได้เรื่อยๆตลอดเรื่องหนังออนไลน์ ไม่น่าเบื่อเลย ประมาณว่าเฉลยแล้วก็ยังไม่สุด ตามต่อกันได้อีก หักมุมไปแล้ว ก็ยังมีเซอร์ไพรส์หยอดตามมาใหม่ได้อีก ดังนั้นท้ายๆเรื่องจึงต้องดูจนจบเรื่องแบบสุดจริงๆ แบบว่าหลังไตเติ้ลขึ้นแล้วก็ยังมีอีกซีนนะ

เรื่องของปม จริงๆแล้วหนังก็มีปล่อย hint ไว้เล็กๆทีละนิดละหน่อยไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องแหละ แต่ถึงจะดูอย่างละเอียดและช่างสังเกตแล้วก็ตาม ก็น่าจะได้แค่เก็บไว้ จะต่อเรื่องเดาเรื่องให้ถูก ก็ยากอยู่เหมือนกันนะ

รีวิว Forgotten

เรื่องคุณภาพ

ความสนุกเร้าใจที่ได้ ต้องยกความดีส่วนหนึ่งให้กับงานภาพ เสียง การตัดต่อ และลำดับการเล่าเรื่องที่ทำให้อารมณ์ผู้ชมตกอยู่ในจังหวะความตื่นเต้นของหนังที่หยอดไว้เรื่อยๆหลายช่วงตลอดเรื่อง

ระดับความดราม่าของหนังก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าความระทึกขวัญเลย ช่างเป็นโศกนาฏกรรมที่น่าเห็นใจอยู่ มีประเด็นชวนถกชวนวิจารณ์ แต่คงต้องละไว้ เพราะจะติดสปอยล์ไป หมดสนุก

โดยรวม

Forgotten เป็นหนังทริลเลอร์จิตวิทยา ที่จะว่าไปแล้วพล็อตเรื่องก็ไม่ได้มีความซับซ้อนมาก และถ้าคนดูเคยผ่านตากับหนังหักมุมที่มีตัวละครที่มีอาการ “ประสาทหลอน” น่าจะพอคาดเดากันได้ว่า หนังจะอำคนดูในทิศทางไหนบ้าง แต่ข้อดีของหนังเรื่องนี้คือต่อให้ผู้ชมเดาถูกทาง หนังก็ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่น่าสนใจ รวมไปถึงจุดขับเคลื่อนตัวละครที่ทำให้พวกเขามีพฤติกรรมแบบในเรื่อง

สรุป

ความสนุกของภาพยนตร์เรื่องนี้คือผู้ชมอย่างเราได้เริ่มค้นหาความลับของตัวละครลึกลงไปในอดีตที่ส่งผลมายังปัจจุบันเพราะเขาได้ทำอะไรเอาไว้ถึงต้องพบเจอกับเรื่องราวที่เรากำลังได้รับชมอยู่นี้ยิงขุดลงไปลึกยิ่งเจ็บทั้งเข้าใจในเหตุผลที่ลงมือกระทำ "สำหรับผู้ชมอย่างผมนั้นทั้งรู้สึกโกรธแค้นที่ไม่ใช่สติปัญญาในการแก้ไขปัญหาจนสุดท้ายกลายเป็นผลกรรมที่ต้องก้มหน้ายอมรับ"

The Sinner

หนังใหม่เต็มเรื่อง

รีวิว The Sinner - คนบาป

หนึ่งในมินิซีรีส์เป็นซีรีส์แนว สืบสวนสอบสวน กึ่งจิตวิทยาที่เหมือนจะธรรมดา แต่ก็ไม่ธรรมดา เมื่อดูจบ 8 ตอนผมก็เข้าใจว่าทำไมนักวิจารณ์ที่ได้ชื่นชม และตัวมินิซีรีส์ก็ได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึงสองรางวัล (คือรางวัล “มินิซีรีส์/ภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยม” กับ “นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม”) อีกด้วย รีวิว The Sinner

เรื่องย่อ

เรื่องราวของ หญิงคนหนึ่งนาม โคร่า หญิงผู้มีครอบครัวสุดน่ารักทั้งสามี และลูกน้อย แต่แล้วจู่ ๆ เธอกลับได้ไปฆาตกรรมชายคนหนึ่ง ในขณะที่เธอและครอบครัวกำลังพักผ่อนอยู่บนชายหาดอันสวยงาม ซึ่งการฆาตกรรมครั้งนี้ มีทั้งพยานคนอื่น ๆ มากมายที่อยู่บนชายหาดเดียวกับเธอ รวมถึงสามีของเธอก็เห็นฉากการเอามีดไปจ้วงแทงชายคนนี้ด้วยเช่นกัน


มินิซีรีส์เรื่องนี้ดัดแปลงจากนิยายเยอรมันที่เขียนโดย Petra Hammesfahr (ขออภัย ไม่แน่ใจว่าอ่านแบบเยอรมันต้องออกเสียงว่ายังไง) ซึ่งเท่าที่อ่านรีวิวใน Amazon เหมือนว่าตัวหนังสือจะถูกวิจารณ์เรื่องการแปลที่ไม่ดีเท่าไหร่ ตัวผมเองก็ไม่เคยซะด้วย จึงบอกไม่ได้ว่าการดัดแปลงนี้เหมือนหรือต่างกันมากน้อยแค่ไหน

เรื่องราวจะแบ่งหนึ่งซีซันต่อหนึ่งคดีใหญ่ ซึ่งก็ไม่ได้เชื่อมต่อกัน แต่ทั้งสองคดีมีคอนเซปต์หลักที่คล้ายกันคือ ฆาตกรแต่ละซีซันดูเหมือนเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มีพิษภัยอะไร และไม่น่าจะมีเหตุให้ลงมือฆาตกรรม แต่เมื่อตัวเอกลองสืบสวนลึกลงไปกลับพบว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่เห็น รวมถึงเล่นปมทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ

แล้วในที่สุดเรื่องราวจากทั้งสองคดีที่ถูกเปิดเผยออกมาก็ทำให้เราพบว่า บางทีคนบาปตัวจริงอาจจะไม่ใช่ฆาตกรที่ลงมือฆ่าเสมอไป แต่พวกเขาเป็นเพียงเหยื่อที่อยู่ปลายทางของการก่ออาชญากรรมโดยคนที่มีฉากหน้าว่าเป็น “คนดี” ต่อสังคมมากกว่า

เนื้อเรื่อง

เกิดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญไปทั่วชายหาดแห่งหนึ่งของเมืองเล็กๆที่แทบไม่มีคดีร้ายแรงแบบนี้เกิดขึ้น เมื่อหญิงสาว โคร่า ที่เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนพร้อมครอบครัวคือสามีและลูกสาว จู่ๆกลับก่อเหตุเอามีดไปจ้วงแทงชายคนหนึ่งที่กำลังพลอตรักกับแฟนสาวอยู่บนชายหาด ท่ามกลางพยานผู้เห็นเหตุการณ์นับร้อยคน

ด้านหญิงสาวก็รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมกับที่เธอไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมถึงลงมือ ทำให้คดีร้อนถึง เจ้าหน้าสืบสวน แฮรี่ แอมโบรส ต้องเข้ามาสืบค้นหาความจริงที่ลึกลับของคดีนี้ว่า ทำไมหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูภายนอกแล้วรักสามีและลูก ไม่ได้มีปัญหาอะไร ถึงก่อคดีเช่นนั้น

แต่เรื่องราวของซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้จบเพียงการฆาตกรรมแต่อย่างใด เพราะตัวซีรีส์ได้นำเสนอเรื่องราวภายในจิตใจของ โคร่า ว่าเพราะเหตุใด หรือแรงจูงใจใดที่ทำให้เธอฆาตกรรมชายผู้นี้ได้อย่างไม่ลังเล ทั้ง ๆ ที่สามีและลูกน้อยของเธอก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ว่า โคร่า จะรับสารภาพในทุกข้อกล่าวหา แต่เธอกลับไม่บอกถึงเหตุผลในการฆ่าแต่อย่างใด เรื่องนี้จึงร้อนไปถึงตำรวจที่ต้องไขปมต่าง ๆ ของเหตุการณ์ฆาตกรรมครั้งนี้

ซึ่งตัวผู้ชมจะได้ร่วมไขปมต่าง ๆ ที่อยู่ภายในใจของโคร่า ซึ่งถือว่าเป็นซีรีส์หนังใหม่เต็มเรื่องแนว สืบสวน ที่มีความแตกต่างกับซีรีส์แนวเดียวกันเป็นอย่างมาก ที่ส่วนใหญ่จะเน้นไปในแนวสืบหาตัวฆาตกรต่าง ๆ แต่เรื่องนี้กลับถ่ายทอดถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นเหตุให้ตัวนางเอกนั้นได้ลงมือฆ่าชายคนหนึ่งได้อย่างเลือดเย็น สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลต่าง ๆ มากมาย ทั้งทีวีซีรีส์ยอดเยี่ยม และตัวนักแสดงนำยอดเยี่ยมอีกด้วย

ใน The Sinner SS1

ก่อนอื่นต้องบอกว่า ซีรีส์แนวสืบสวนทั่วไป จะมีแพทเทิร์นอย่างหนึ่งที่เราพบเห็นเป็นประจำคือ เกิดคดี นักสืบ หรือทีมงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ พบผู้ต้องหา หรือพยาน สอบปากคำ ค้นหาความจริง ค้นหาว่าฆาตกรคือใคร เชื่อมโยงสิ่งที่เกี่ยวข้อง ออกตามล่าฆาตกร และหลายคดีก็จะพบเบื้องหลังอื่นๆอีก

แต่เรื่องนี้มีความพยายามที่จะฉีกแนวทางการเล่าเรื่อง นั่นคือตัวเรื่องจะมีการเฉลยตั้งแต่ 10 นาทีแรกในตอนแรกสุดของแต่ละซีซันว่า คนร้ายคือใคร รวมถึงวิธีสังหารด้วย (ซีซัน 1 และ 2 ใช้วิธีนี้หมด)

เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่จะไม่ต้องสืบหาเลยในซีรีส์นี้ก็คือ ฆาตกร และ วิธีสังหาร แต่ซีรีส์กลับโยนระเบิดลูกใหญ่เข้ามาหาคนดูแทน นั่นคือเราจะพบว่าฆาตกรในเรื่อง ดูแล้วเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นคนที่ไม่น่าจะลงมือก่อการอะไรด้วยซ้ำ

แต่พวกเขาทำไปแล้ว แบบนี้จะรอดพ้นโทษได้ยังไง ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายซีรีส์เรื่องนี้คือ การสืบค้นหา “แรงจูงใจ” ของการฆาตกรรม ที่มีความสลับซับซ้อนมากกว่าที่ตาเห็น

โดยตัวเรื่องจะแบ่งเป็นหนึ่งซีซันต่อหนึ่งคดีหลัก และในระหว่างนั้นก็ไม่มีคดีย่อยด้วย คือทั้งซีซันมุ่งสู่การค้นหาความจริงในคดีเดียวล้วนๆ ทำให้เรื่องนี้มีจุดเด่นในแง่เป้าหมายการสืบสวนที่ชัดเจน

จุดเด่นของซีซั่นแรก

ในซีซันแรก เรื่องที่เป็นจุดเด่นมากของซีรีส์ ต้องยกให้นักแสดง โดยเฉพาะ บิล พูลแมน นักแสดงรุ่นใหญ่ที่หลายคนคุ้นเคยจากภาพยนตร์แอ็กชั่นไซไฟเรื่อง ID4 ส่วนนักแสดงประจำซีซัน คนที่ต้องชื่นชมเป็นพิเศษคือ ฆาตกรทั้งสองคดี

โดยซีซันแรกได้ดาราหญิง เจสซิก้า เบล ที่ก่อนหน้านี้มีผลงานภาพยนตร์อย่าง The Illutionist (2005), Total Recall (2012) มารับบทเป็น โครา ฆาตกรในซีซันแรก ซึ่งเธอแสดงบทของหญิงสาวที่ภายนอกดูไม่มีพิษภัย แต่เราสามารถรับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่างของเธอได้

การดำเนินเรื่อง

ตัวเรื่องจะเล่าสลับไปมาระหว่าง ปัจจุบัน กับ อดีตของโครา ว่าเธอถูกเลี้ยงดูมายังไง ปมในครอบครัวที่คาดไม่ถึง รวมถึงการกระทำบางอย่างจากในอดีตที่ส่งผลกระทบมาถึงปัจจุบันของเธอเอง ทั้งหมดเป็นสิ่งที่นักสืบแอมโบรสต้องคอยสืบค้นไปด้วย ซึ่งบทสรุปค่อนข้างหักมุมเอามากๆ

เนื่องจากการสืบสวนจะไม่ใช่ค้นหาว่า ใครฆ่า แต่เป็นการค้นหาสิ่งที่อยู่เบื้องหลังและแรงผลักดันของการกระทำที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวอะไรกัน ทำให้ซีซันแรกมีความน่าติดตามเอามากๆ อีกทั้งการที่ตัวเอกยิ่งสืบสวนลงไปกลับยิ่งพบความลับดำมืดที่คาดไม่ถึงมากขึ้นเรื่อยๆ เราก็อาจจะพบว่า ที่แท้จริงแล้ว คนบาป ที่ถูกตราหน้า อาจจะไม่ใช่ฆาตกรที่ลงมือฆ่าคน แต่เป็นคนอื่นที่ภายนอกดูหน้าฉากเป็นคนดีของสังคมก็ได้

จุดด้อย

แต่จุดด้อยก็มีพอสมควร เช่น งานสร้างที่ดูแล้วรู้สึกได้ว่าเป็นงานทุนต่ำ แต่ก็ดูเหมือนเป็นความตั้งใจของทีมสร้าง เพราะคดีทั้งสองเกิดขึ้นในชนบทของสหรัฐ จึงให้บรรยากาศที่ดูไม่น่าไว้ใจ ผู้คนที่ดูแล้วมีอะไรซุกเงื่อนงำไว้

อีกจุดที่ด้อยพอสมควรคือ การเดินเรื่องที่แม้ว่าเป้าหมายการสืบสวนคดีจะชัดเจน แต่การเล่าเรื่องค่อนข้างช้า จนถึงช้ามาก ทำให้หลายคนที่ไม่ชอบแนวทางสืบสวนสไตล์ คุยไปคุยมาเพื่อหาความเชื่อมโยง ปนดราม่าโคตรๆ ของตัวละคร ทั้งฝั่งนักสืบและฆาตกร อาจจะไม่ชอบการเล่าเรื่องเอาซะเลย

การเฉลยความจริง

สำหรับการเฉลยความจริงของคดี ถือว่ามีการหักมุมที่คาดไม่ถึง คือเชื่อได้ว่าคนดูตอนแรกคงคิดไม่ออกว่า เรื่องมันจะลากและเชื่อมโยงมาได้จนถึงบทสรุป เรื่องจึงเป็นประมาณว่า ถ้าหากนี่เป็นคดีที่เกิดขึ้นจริง คงเป็นการยากที่จะสืบสวนด้วยวิธีการธรรมดาๆ แล้วความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแรงจูงใจของฆาตกรในเรื่องนี้อาจจะหายไปกับสายลมเลยก็ได้

รีวิว The Sinner

สิ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้สนุกนั้นมีอยู่สองอย่าง

มันค่อยๆปล่อยข้อมูลและตอบคำถามคนดูในบางส่วน ในระดับที่กำลังพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป เพราะถ้าปล่อยข้อมูลมากไป คนดูก็จะเดาได้และหมดสนุก แต่ถ้าปล่อยออกมาน้อยไป คนดูก็จะรู้สึกว่ามันดูยากจนไม่สนุก

ซีรีส์นี้ปูความรู้สึกของตัวละครให้คนดูได้รับรู้ เรื่องราวทั้งหมดส่งผลกระทบต่อตัวละครอย่างคอร่า หรือสามีของเธออย่างไร สิ่งที่คอร่าเผชิญอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด มันมีความทรงจำบางอย่างที่อยากจะผุดขึ้นมา แต่มันก็ไม่ได้ออกมาซึ่งจะเป็นเพราะเธอบล็อกมันไว้

หรืออะไรก็ตาม ซีรีส์เว็บหนัง HDแสดงความรู้สึกทุกข์ของเธอจนทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมได้โดยง่าย กลายเป็นว่ามันไม่ใช่แค่ซีรีส์สืบสวนหาความจริง แต่มันยังเป็น แนวดราม่า ว่าด้วยผู้หญิงคนหนึ่งที่ลงมือฆ่าคนเพราะปมอะไรบางอย่างในใจอีกเหมือนกัน

พอผมรู้สึกว่ามีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละคร เมื่อเรื่องราวเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ หัวใจของผมก็เต้นระรัวเพราะคิดว่าอดีตของเธอมันต้อง “ดาร์ก” มากๆ มันต้องกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง ไม่อย่างนั้นคงไม่ถึงขนาดต้องทำให้เธอลืมเหตุการณ์สำคัญขนาดนี้

เมื่อเรื่องราวทั้งหมดถูกเปิดเผย… ผมดีใจที่ซีรีส์พยายามจะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆขึ้นมาบ้าง มันไม่ได้ออกมาหดหู่อย่างที่ผมคาดไว้ก็จริง แต่ก็ดูสมเหตุสมผลพอจะทำให้เชื่ออยู่บ้าง ซึ่งชวนให้นึกถึงหนังเกาหลี Forgotten ที่พูดถึง “ความทรงจำที่หายไป” และ “เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง” เหมือนกัน

ในขณะที่ Forgotten ส่งบทสรุปท้ายเรื่องด้วยอารมณ์เมโลดราม่าตามสไตล์ชาวเอเชียอย่างที่ว่าข้างต้น The Sinner กลับส่งบทสรุปในแง่มุมที่ลึกกว่าและน่าประทับใจกว่าพอสมควร หลักๆแล้วเป็นเพราะว่ามันทำให้คนดูแคร์ตัวละคร

สรุป

เป็นซีรีส์สืบสวนที่พยายามหาทางฉีกจากแนวเดิมๆ เน้นหาแรงจูงใจของฆาตกรที่ดูแล้วเหมือนพวกเขาเป็นเหยื่อที่ทำให้น่าเห็นใจด้วย มีจุดหักมุม การเล่าเรื่องอืดไปบ้าง นักแสดงหลักก็มีอายุ บางคนอาจจะไม่ชอบ